วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แบบบันทึกพัฒนาการ
1) การประเมินพัฒนาการแบบองค์รวม
วัตถุประสงค์
• เพื่อประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน ได้แก่ ร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญา
• เพื่อดูความก้าวหน้าและความพร้อมของเด็กตามวัย
• เพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการให้เหมาะสมรายบุคคล
องค์ประกอบ
• การสังเกตพฤติกรรมในสถานการณ์จริง
• การรวบรวมผลงาน (แฟ้มสะสมงาน)
• การสนทนา/สัมภาษณ์เด็กและผู้ปกครอง
• การใช้แบบประเมินหรือเครื่องมือมาตรฐาน
การประยุกต์ใช้
• ใช้ในกิจกรรมประจำวัน เช่น เล่นเสรี กิจกรรมกลุ่ม ศิลปะ
• ประเมินควบคู่กับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
• ใช้ข้อมูลเพื่อปรับแผนการสอนให้เหมาะกับความแตกต่างระหว่างบุคคล
คุณประโยชน์
• เห็นภาพรวมพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้าน
• ลดการตัดสินจากพฤติกรรมเพียงครั้งเดียว
• ช่วยค้นพบจุดเด่นและจุดที่ควรส่งเสริม
• สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างครูและผู้ปกครอง
2) มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)
การวัดระดับคุณภาพ
เป็นเครื่องมือที่ใช้กำหนดระดับพฤติกรรมหรือคุณภาพผลงาน เช่น
• ดีมาก / ดี / พอใช้ / ควรปรับปรุง
• 5 ระดับ (มากที่สุด – น้อยที่สุด)
ลักษณะการใช้งาน
• ใช้ประเมินความถี่ ความสม่ำเสมอ หรือคุณภาพพฤติกรรม
• เหมาะกับพฤติกรรมที่มีระดับความแตกต่างชัดเจน
• ผู้ประเมินต้องมีเกณฑ์ชัดเจนเพื่อลดความลำเอียง
รูปแบบที่นิยม
• แบบ 3 ระดับ
• แบบ 4 ระดับ (ไม่มีค่ากลาง ลดความลังเล)
• แบบ 5 ระดับ (นิยมมากที่สุด เพราะแยกระดับได้ชัดเจน
3) การสำรวจรายการ (Checklist)
การตรวจสอบการปรากฏพฤติกรรม
เป็นแบบตรวจว่า “มี” หรือ “ไม่มี” พฤติกรรมตามรายการที่กำหนด
เช่น
สามารถจับดินสอถูกวิธี
เล่นร่วมกับเพื่อนได้
ลักษณะการใช้งาน
• ใช้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว
• เหมาะกับการสังเกตพฤติกรรมเฉพาะด้าน
• ใช้ติดตามพัฒนาการตามช่วงวัย
ความสัมพันธ์เชิงระบบ
• รายการพฤติกรรมต้องสอดคล้องกับตัวชี้วัดและมาตรฐานพัฒนาการ
• ใช้ร่วมกับมาตราส่วนประมาณค่าเพื่อเพิ่มความละเอียด
• เชื่อมโยงผลประเมินกับการวางแผนพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล
-
ดิฉัน นางสาวศศิวิมล สังโกมล ชื่อเล่นว่า มิ้น ปัจจุบันอายุ 22 ปี เกิดเมื่อวันที่ 13 มกกราคม พ.ศ.2547 นักศึกษา สาขาการศึกษาปฐมวัย รหัส661218...













































