วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

แบบบันทึกพัฒนาการ

1) การประเมินพัฒนาการแบบองค์รวม

วัตถุประสงค์

 • เพื่อประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน ได้แก่ ร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญา

 • เพื่อดูความก้าวหน้าและความพร้อมของเด็กตามวัย

 • เพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการให้เหมาะสมรายบุคคล

 องค์ประกอบ

 • การสังเกตพฤติกรรมในสถานการณ์จริง

 • การรวบรวมผลงาน (แฟ้มสะสมงาน)

 • การสนทนา/สัมภาษณ์เด็กและผู้ปกครอง

 • การใช้แบบประเมินหรือเครื่องมือมาตรฐาน

 การประยุกต์ใช้

 • ใช้ในกิจกรรมประจำวัน เช่น เล่นเสรี กิจกรรมกลุ่ม ศิลปะ

 • ประเมินควบคู่กับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

 • ใช้ข้อมูลเพื่อปรับแผนการสอนให้เหมาะกับความแตกต่างระหว่างบุคคล

คุณประโยชน์

 • เห็นภาพรวมพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้าน

 • ลดการตัดสินจากพฤติกรรมเพียงครั้งเดียว

 • ช่วยค้นพบจุดเด่นและจุดที่ควรส่งเสริม

 • สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างครูและผู้ปกครอง

2) มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)

การวัดระดับคุณภาพ

เป็นเครื่องมือที่ใช้กำหนดระดับพฤติกรรมหรือคุณภาพผลงาน เช่น

 • ดีมาก / ดี / พอใช้ / ควรปรับปรุง

 • 5 ระดับ (มากที่สุด – น้อยที่สุด)

 ลักษณะการใช้งาน

 • ใช้ประเมินความถี่ ความสม่ำเสมอ หรือคุณภาพพฤติกรรม

 • เหมาะกับพฤติกรรมที่มีระดับความแตกต่างชัดเจน

 • ผู้ประเมินต้องมีเกณฑ์ชัดเจนเพื่อลดความลำเอียง

 รูปแบบที่นิยม

 • แบบ 3 ระดับ

 • แบบ 4 ระดับ (ไม่มีค่ากลาง ลดความลังเล)

 • แบบ 5 ระดับ (นิยมมากที่สุด เพราะแยกระดับได้ชัดเจน

3) การสำรวจรายการ (Checklist)

การตรวจสอบการปรากฏพฤติกรรม

เป็นแบบตรวจว่า “มี” หรือ “ไม่มี” พฤติกรรมตามรายการที่กำหนด

เช่น

สามารถจับดินสอถูกวิธี

เล่นร่วมกับเพื่อนได้

 ลักษณะการใช้งาน

 • ใช้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว

 • เหมาะกับการสังเกตพฤติกรรมเฉพาะด้าน

 • ใช้ติดตามพัฒนาการตามช่วงวัย

 ความสัมพันธ์เชิงระบบ

 • รายการพฤติกรรมต้องสอดคล้องกับตัวชี้วัดและมาตรฐานพัฒนาการ

 • ใช้ร่วมกับมาตราส่วนประมาณค่าเพื่อเพิ่มความละเอียด

 • เชื่อมโยงผลประเมินกับการวางแผนพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล

แฟ้มสะสมผลงานเด็ก
















 

การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ